ความนิยมในประเทศเกาหลี

23 ธ.ค.

korean_fever

ความนิยมในประเทศเกาหลี

ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่ากระแสวัฒนธรรมเกาหลีมาแรงมาก และได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ละครทีวี ภาพยนตร์  เพลงป็อป รวมทั้งเหล่าบรรดาคนดังชาวเกาหลีด้วย  วัฒนธรรมเกาหลีสามารถครองใจและมีอิทธิพลต่อผู้คนในประเทศต่างๆแถบเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้อย่างมหาศาล   ทำให้ สื่อต่างๆ หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ยอมรับกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีที่พุ่งสูงขึ้น ถึงกับขนานนามปรากฏการณ์นี้ว่า “คลื่นวัฒนธรรมเกาหลี” (Hallyu ในภาษาเกาหลี) เมื่อเดือนมีนาคม 2002 สำนักข่าว AP ของสหรัฐ รายงานข่าวนี้ในหัวข้อ “เก๋จริงกิมจิ “kim chic” ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเกาหลีสร้างกระแสและครองความนิยมแรงมากไปทั่วแถบเอเซีย ตั้งแต่อาหาร เพลง จนถึง รูปคิ้ว และแบบรองเท้า ทั้งๆที่แต่เดิมนั้นกระแสวัฒนธรรมแนวป็อปถูกโตเกียวและฮอลลีวูดครอบงำมาอย่างยาวนาน (Visser, 2002) นอกจากนี้ บทความในหนังสือ Hollywood Reporter ยังกล่าวไว้ว่า “เกาหลีได้เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการกระโจนออกจากการวนเวียนอยู่ในแวดวงเดิมๆเข้าสู่ตลาดภาพยนตร์ที่ร้อนแรงที่สุดในเอเซีย” (Segers, 2000)

ย้อนไปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เกาหลียังไม่มีศักยภาพพอที่จะส่งกระแสวัฒนธรรมออกนอกประเทศเลย นักวิชาการทั้งหลายยังไม่สนใจที่จะวิพากษ์วิจารณ์ด้วยซ้ำไป เช่น  ในหนังสือ Oxford History of World Cinema ฉบับปี 1996 ไม่มีการเอ่ยถึงภาพยนตร์เกาหลีเลย และยังคงชื่นชมภาพยนตร์จากไต้หวัน ฮ่องกง จีน และ ญี่ปุ่น (Nowell-Smith, 1996) เพลงเกาหลีเองก็ยังถูกเมินจากนักวิจัย ดังที่ปรากฏในข้อคิดเห็นในหนังสือ World Music : The Rough Guide ที่พิมพ์ในปี 1994 ว่า “ตัวประเทศเองก็มีการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจอย่างไม่ตรงทางนัก แต่ในแง่ของวงการเพลง นับว่าไม่มีอะไรเทียบเคียงได้กับเพลงร่วมสมัยที่โดดเด่นของอินโดนีเซีย โอกินาวา หรือ ญี่ปุ่น.” (Kawakami and Fisher, 1994)

ในตอนที่กระแสวัฒนธรรมเกาหลีดังใหม่ๆนั้น  แม้แต่ชาวเกาหลีเองยังไม่ค่อยยอมเชื่อข่าวที่ว่าคนต่างชาติยอมรับและคลั่งไคล้วัฒนธรรมเกาหลีเสียด้วยซ้ำ เช่น

สิ่งที่เรียกกันว่าเกิดกระแส เบ ยอง จุน (Bae Yong Jun) (หรือ Yon-sama syndrome) ในญี่ปุ่น อาจทำให้ประชาชนเกาหลีโดยทั่วไปอย่างข้าพเจ้ารู้สึกว่า “มีความสุขปนฉงนสนเท่ห์”…… ขณะที่เรามีความภาคภูมิใจว่าเรากลายเป็นผู้ส่งออกวัฒนธรรมได้เหมือนกันหลังจากเป็นแต่ผู้นำเข้ามานานเต็มที่แล้ว แต่เราก็ยังคงฉงนอยู่ดีว่าวัฒนธรรมของเราจุดไหนที่โดนใจคนต่างชาติได้ขนาดนี้ (Lee, 2004)

ข้อความจากนิตยสารเกาหลีที่ยกมาข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงปฏิกิริยาของชาวเกาหลีที่มีต่อปรากฏการณ์กระแสวัฒนธรรมเกาหลีที่แพร่หลายออกไป ประเทศเกาหลีนั้นต่อสู้ดิ้นรนเรื่องวัฒนธรรมของตนเองมานานมากแล้ว ทั้งยังต้องเผชิญกับการคุกคามและครอบงำจากวัฒนธรรมต่างชาติอีกด้วย จากจิตใต้สำนึกในฐานะเป็น”ผู้ถูกกดขี่” ในเชิงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้คนเกาหลียอมเชื่อข่าวเรื่องปรากฏการณ์กระแสวัฒนธรรมเกาหลี

มีการรายงานว่ากระแสวัฒนธรรมเกาหลีเริ่มต้นขึ้นในประเทศจีน ประมาณปี 1997 เมื่อมีการนำละครทีวีเกาหลีเรื่อง What is Love All About? ออกอากาศทางช่อง CCTV ของจีนและสร้างกระแสฮิตติดตลาดอย่างรวดเร็ว และเป็นเรตติ้งสูงสุดอันดับสองเป็นประวัติการณ์ของทีวีจีนทีเดียว (Heo, 2002) ปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้นส่งผลให้ละครซีรีส์เกาหลีเรื่องอื่นๆสามารถครองใจผู้ชมชาวจีนได้เช่นเดียวกัน นับตั้งแต่นั้นมา ละครทีวีเกาหลีได้ครองเวลาออกอากาศในประเทศอื่นๆอีกมากมาย เช่น ไต้หวัน ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มเปิดกว้างด้านสื่อในช่วงทศวรรษ 1990  นอกจากนั้น การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเชียเมื่อปลายทศวรรษ 1990 เอื้อต่อสถานการณ์และผู้ซื้อรายการทีวีด้วย เนื่องจากรายการของเกาหลีมีราคาถูกกว่ามาก กล่าวคือ ในปี 2000 ละครทีวีเกาหลีราคาเพียงหนึ่งในสี่ของละครญี่ปุ่น และ หนึ่งในสิบของละครฮ่องกง ด้วยเหตุนี้เอง ยอดการส่งออกของรายการทีวีเกาหลีจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี 2007 ยอดส่งออกสูงถึง 150.95 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับยอดส่งออกในปี 1999 ซึ่งสูงเพียง 12.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (กระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยว, 2008)

ภาพยนตร์และเพลงจากเกาหลี ดังและได้รับความนิยมทั่วเอเซียควบคู่กับละครทีวีเกาหลี เช่น คณะนักร้องชาย (boy band)วง H.O.T. สามารถไต่อันดับความนิยมสูงสุดในประเทศจีนและไต้หวันในปี 1998  ด้วยความดังของนักร้องกลุ่มนี้ซึ่งแม้แยกวงไปแล้วเมื่อกลางปี 2001 อัลบั้มเพลงของพวกเขายังคงขายได้อย่างต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง  ในปี 2002 นักร้องวัยรุ่นเกาหลี BoA ออกอัลบั้มแรกก็โด่งดังทันทีและเพลงยังติดอันดับยอดนิยมของ Oricon Weekly Chart ที่ญี่ปุ่นอีกด้วย  ซึ่งเทียบได้กับการจัดอันดับเพลงยอดนิยมของ American Billboard Charts ทีเดียว (Visser, 2002) ส่วนเพลงและการเต้นของวงนักร้องหญิงเกาหลี เช่น Wonder Girls และ Girls’ Generation ก็ได้รับความนิยมทั้งในประเทศกัมพูชาและประเทศไทยจนทุกวันนี้ มีแฟนเพลงจำนวนมาก และนักร้องในประเทศที่รับวัฒนธรรมเกาหลีต่างก็พากันเลียนแบบพวกเขาด้วย ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ปรากฏว่าภาพยนตร์เกาหลีได้รับการวิจารณ์ว่าสามารถดึงดูดผู้ชมได้จำนวนมหาศาลทั่วภูมิภาคเอเซีย

ยิ่งกว่านั้น ดาราเกาหลียังสร้างกระแสรุนแรงต่อวัฒนธรรมของผู้บริโภค ตั้งแต่ อาหาร แฟชั่น แนวการแต่งหน้า และการศัลยกรรมเสริมสวย  ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เห็นวัยรุ่นชาวเอเชียตกแต่งกระเป๋าเป้ สมุด และห้องของพวกเขาด้วยรูปดาราเกาหลี ดาราหญิงที่ได้รับความนิยมมากได้แก่ Lee Young-ae, Song Hae Gyo, Kim Hee Sun และ Jeon Ji-hyun จนมีข่าวว่าคนที่คลั่งไคล้อยากเหมือนดาราเหล่านี้ถึงกับขอให้หมอทำศัลยกรรมใบหน้าให้เหมือนดาราที่ตนชื่นชอบ (Join.com, 2001; Straits Times, 2002a and 2002b) และมีรายงานข่าวว่าดาราเกาหลีหลายคนทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแล้ว ทำให้พวกผู้หญิงจากจีน เวียดนาม และสิงคโปร์แห่กันไปเกาหลีเพื่อทำศัลยกรรมใบหน้ากับศัลยแพทย์เกาหลี ตอนนี้มีคนตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า กระแสศัลยกรรมพลาสติคแบบเกาหลี (Kim Chul-Jong, 2009)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: